ทริปนี้ ถือได้ว่าเป็นทริปชิวๆ สบายๆ ปล่อยใจปล่อยกายไปกับสายลม ชมความงามของเมืองพักตากอากาศแห่งแรกของประเทศไทย และเมืองทองเนื้อเก้า ดินแดนแห่งมะพร้าวและสับปะรด ที่ทุกคนต่างก็ต้องลองหาเวลาไปพักผ่อนหย่อนใจบ้างสักครั้งหนึ่งในชีวิต
ในการเที่ยวชมทัศนียภาพของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ครั้งนี้ เป็นทริปสั้นๆ สำหรับวันหยุดสุดสัปดาห์ ที่สามารถเดินทางไปเที่ยวได้ง่ายๆ เพราะว่าอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ไม่ถึง 200 กิโลเมตร ไม่ว่าจะเดินทางด้วยการขับรถยนต์ไปเอง นั่งรถไฟ หรือโดยสารรถประจำทางไปก็สะดวกสบายไม่แพ้กัน แต่ทริปของเราเลือกการเดินทางด้วยรถไฟ ซึ่งสร้างความประทับใจในการท่องเที่ยวอยู่ไม่น้อย เพราะนอกจากจะหลีกเลี่ยงความเมื่อยล้าจากการขับรถแล้ว ยังสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในเรื่องของน้ำมันที่มีราคาแพงได้อีกด้วย
จุดเริ่มต้นของเราในทริปนี้ อยู่ที่สถานีรถไฟธนบุรี ซึ่งวันนั้นยังอยู่ในช่วงที่รัฐบาลมีนโยบายแจกตั๋วโดยสารฟรีอยู่ ทำให้เราไม่ต้องควักเงินจ่ายเลยสักบาท ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดีเลยทีเดียว




เราออกเดินทางด้วยรถไฟ ขบวนธนบุรี - หลังสวน ในเวลา 07.20 น. มีผู้คนมากมายที่ร่วมเส้นทางไปกับเรา ทั้งนักท่องเที่ยว และ ประชาชนคนอื่นๆ ทำให้พื้นที่บนรถไฟแน่นขนัดไปด้วยผู้โดยสารจำนวนมาก

เจ้าม้าเหล็กแล่นไปเรื่อยๆ จนถึงชานชาลาหัวหินในเวลา 11.50 น. ซึ่งเป็นจุดปล่อยตัวของทริปท่องเที่ยวชมทัศนียภาพในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ครั้งนี้

เมื่อออกจากสถานที่รถไฟ เราก็ได้พักดื่มกาแฟ เพื่อให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่าในร้านกาแฟสไตล์สบายๆ อย่าง “บ้านกาแฟ” เป็นร้านกาแฟเล็กๆ น่ารัก ตกแต่งด้วยโทนสีที่มีความสดใส ชวนให้เข้าไปนั่งเล่น




หลังจากนั้นเราก็มุ่งหน้าตรงไปยังอ่าวประจวบฯ ซึ่งตั้งอยู่หน้าเมืองประจวบคีรีขันธ์ พอมาถึงหน้าอ่าวประจวบฯ เราก็ได้พบกับ “ร้านขนมจีนป้านาหน้าหาด” ซึ่งเห็นแล้วอดรนทนไม่ไหว เสียงท้องมันร้องชวนให้เข้าไปลองชิมอย่างไม่รอช้า เหมือนเห็นหน้าตาของเส้นขนมจีน น้ำยา แกงไตปลา และอาจาดที่วางอยู่ตรงหน้า ก็ต้องลงมือลิ้มลองความอร่อยให้หนำใจซะหน่อย เพราะน้ำยา และแกงไตปลา ที่ร้านปานานี้ มีให้เราเติมได้แบบไม่อั้น รสชาติก็อร่อยเด็ดสุดๆ....ใครที่ไม่เคย....ต้องลอง

เมื่ออิ่มอร่อยเรียบร้อยแล้ว เราก็มีเรี่ยวมีแรงเที่ยวต่อ โดยมุ่งขึ้นไปชมทัศนียภาพตัวเมืองประจวบคีรีขันธ์ รวมทั้งความงามของอ่าวและหมู่เกาะต่างๆ บน “เขาช่องกระจก”



เขาช่องกระจก เป็นภูเขาขนาดเล็ก มีความสูง 245 เมตรจากระดับน้ำทะเล เป็นแหล่งอาศัยของลิงเสนจำนวนมาก โดยทางขึ้นของเขาช่องกระจกอยู่ทางด้านหลังศาลากลางจังหวัด มีขั้นบันไดทั้งสิ้น 396 ขั้น ทางทิศเหนือจะมีช่องหินทะลุโปร่งทะลุดูคล้ายกับกรอบของกระจกอันเป็นที่มาของชื่อ ด้านบนของเขาช่องกระจก มีวัดซึ่งเป็นที่ประดิษฐานจำลอง และพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จมาทรงประกอบพิธีบรรจุ เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2501 และทรงปลูกต้นพระศรีมหาโพธิ์ไว้ด้วย ซึ่งในวันที่ 12 มิถุนายน ของทุกปี จะมีการจัดพิธีเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่



เมื่อขึ้นไปถึงยอดเขาแล้วมองลงมาจะเห็นวัดธรรมิการามวรวิหาร และศาลากลางจังหวัดในมุมที่สวยสดงดงามมาก โดยเฉพาะในยามค่ำคืนที่มีแสงไฟจากการประดับประดา


พอฟ้าเริ่มมืดขึ้นทุกที เราก็ลงจากจุดชมวิวเขาช่องกระจก แล้วมาเดินชมทะเลอย่างใกล้ชิดไปบนบาทวิถีเรียบชายหาดอ่าวประจวบฯ พอเหนื่อยเราก็แวะนั่งพัก จิบเครื่องดื่มค็อกเทลก่อนกลับไปนอนสักเล็กน้อย เพื่อเป็นสีสันในการท่องเที่ยว


เช้าวันรุ่งขึ้น ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ เราก็แวะดื่มกาแฟที่ร้าน The Coffee Lover เพื่อให้ตาสว่างขึ้นมาอีกนิด
The Coffee Lover เป็นร้านกาแฟที่มีการตกแต่งร้านในสไตล์วินเทจ ที่บางมุมได้แฝงความเป็นโมเดิร์นไว้เล็กน้อย ซึ่งผสมผสานกันเป็นความสวยงามที่ลงตัว บวกกับกาแฟที่มีรสชาติอร่อยกลมกล่อม หน้าตาสีสันสวยงามน่าลิ้มลอง จึงขอนำมาบอกกล่าวให้ไปลองชิมกัน



และสุดท้าย ทริปนี้ก็ต้องจบลง ด้วยการเดินทางกลับกรุงเทพฯ อย่างปลอดภัย พร้อมกับความประทับใจในความงดงามของทัศนียภาพในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์







