
วันนี้เรามีสถานที่ท่องเที่ยวเจ๋งๆ มาแนะนำให้เพื่อนๆ ได้ลองไปเที่ยวกันอีกแล้วค่ะ ... ขอบอกเลยว่า เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ชาว Backpacker ทั้งหลายจะต้องชื่นชอบกันแน่ๆ ... และสถานที่แห่งนั้นก็คือ “ดอยลังกาหลวง” นั่นเองค่ะ
ดอยลังกาหลวง .... เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีทัศนียภาพสวยงามมากอีกแห่งหนึ่งในเมืองไทย ที่ใครหลายๆ คนอาจจะไม่เคยได้รู้จัก และไม่เคยคิดว่าจะมีสถานที่ท่องเที่ยวแบบนี้อยู่ด้วย ... ซึ่งนับว่าเป็น “Unseen in Thailnd” อีกแห่งหนึ่งที่เหล่านักท่องเที่ยวควรจะไปพิชิตกันให้ได้ด้วยตัวเอง
“ดอยลังกาหลวง” เป็นดอยที่ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติขุนแจ นักท่องเที่ยวทุกคนจะต้องทำการติดต่อขออนุญาตเดินป่าล่วงหน้ากับทางอุทยานฯ ก่อน จึงจะสามารถท่องเที่ยวไปในเส้นทางธรรมชาติแห่งนี้ได้

“ดอยลังกาหลวง” มีพื้นที่ครอบคลุมบริเวณรอยต่อถึง 3 จังหวัด คือ เชียงราย เชียงใหม่ และ ลำปาง และมีแนวเขตป่าอุทยานแห่งชาติถึง 3 พื้นที่ คือ อุทยานแห่งชาติขุนแจ อุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้ และอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน โดยดอยลังกาหลวงเป็นยอดดอยที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลถึง 2,031 เมตร ซึ่งสูงเป็นอันดับ 6 ของยอดเขาสูงในเมืองไทยเลยเชียวนะ .... นอกจากนี้ ยังมียอดดอยอื่นๆ ที่อยู่ในเส้นทางเดินป่าในทางเดียวกันอีก ได้แก่ ดอยลังกาน้อย มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,600 เมตร ดอยผาโง้ม มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,764 เมตร

การเดินทางมาท่องเที่ยวไปตามเส้นทางดอยลังกาหลวงนี้ จะต้องเดินเท้าไปตามแนวสันเขา ผ่านป่าฝ่าดง ในระยะทางทั้งสิ้น 17 กิโลเมตร เป็นเส้นทางการเดินป่าที่มุ่งหน้าตรงไปอย่างเดียว คือเริ่มจากจุดหนึ่งแต่ไปสิ้นสุดอีกจุดหนึ่ง ไม่มีการย้อนกลับไปทางเดิม โดยนักท่องเที่ยวสามารถเริ่มเดินทางจากจุดสถานีเรดาร์ (สถานีทวนสัญญาณ) แล้วไปสิ้นสุดเส้นทางที่บ้านตอนหลวง หรือ จะเริ่มเดินทางจากบ้านตอนหลวง แล้วไปสิ้นสุดเส้นทางที่สถานีเรดาร์ (สถานีทวนสัญญาณ) ก็ได้ ซึ่งจะต้องใช้เวลาประมาณ 3 - 4 วัน ขึ้นอยู่กับรูปแบบและจุดมุ่งหมายในการเดินทางของแต่ละคน ถ้าเร่งรีบก็ใช้เวลาแค่ 3 วัน หรือถ้าต้องการชมวิวทิวทัศน์และสัมผัสกับธรรมชาติไปเรื่อยๆ ก็ใช้เวลาประมาณ 4 วัน หรือมากกว่านั้น .... นับว่าเป็นสิ่งที่ท้าทายให้นักท่องเที่ยวทั้งหลายต่างมุ่งมั่นที่จะพิชิตการเดินทางในเส้นทางนี้ให้ได้ ….

การเดินเท้าเพื่อพิชิตเส้นทางดอยลังกาหลวงนี้ จะมีสิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจให้นักท่องเที่ยวได้ชมกันอย่างไม่รู้เบื่อ … เพราะตลอดเส้นทาง นักท่องเที่ยวจะได้พบกับป่าไม้ในสภาพต่างๆ ที่มีทั้งป่าดิบเขา ป่าสน และทุ่งหญ้าบนดอยสูง อีกทั้งดอกไม้นานาพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็นกล้วยไม้ที่จะออกดอกในช่วงฤดูแล้ง ดอกกุหลาบขาวดอยลังกา ที่มีขนาดเล็กสวยงาม จะเริ่มออกดอกในช่วงหนาวไปจนถึงเดือนมีนาคม ดอกหรีดดอยลังกามีมากบริเวณทุ่งโล่งบนสันดอย และดอกไม้สวยงามอื่นๆ อีกมากมายที่ขึ้นอยู่ตลอดเส้นทาง ซึ่งถือว่าเป็นดอยที่มีความอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมาก และยังเป็นป่าต้นน้ำของแม่น้ำลาวอีกด้วย




นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวยังสามารถชมทะเลหมอก รวมทั้งพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกได้แทบทุกจุด เพราะนักท่องเที่ยวจะต้องเดินเท้าไปตามแนวสันดอย ซึ่งทำให้เห็นทัศนียภาพได้อย่างชัดเจนมาก แต่จุดที่ชมพระอาทิตย์ได้สวยที่สุดในเส้นทางนั้นมีอยู่ 3 จุดด้วยกัน คือ บริเวณบนดอยผาโง้ม บริเวณสันดอยก่อนถึงยอดดอยลังกาหลวง และบริเวณยอดดอยลังกาน้อย เนื่องจากเป็นจุดที่ไม่มีต้นไม้ขึ้นบดบังนั่นเอง


ลักษณะของเส้นทาง จะขึ้นอยู่กับสภาพภูมิประเทศในแต่ละจุด ซึ่งบางจุดจะมีลักษณะเป็นที่ราบสามารถเดินได้ง่าย แต่บางจุดจะมีลักษณะเป็นเขาสูงและลาดชัน ต้องปีนไต่ขึ้นไปกันอย่างเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าพอสมควร บางจุดก็อันตรายมาก เพราะต้องปีนป่ายไปตามโขดหิน นักท่องเที่ยวจึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ



การพักค้างแรม นักท่องเที่ยวควรจะกางเต็นท์ในจุดที่เจ้าหน้าแนะนำให้เพื่อความปลอดภัย และความสะดวกในการพักผ่อนให้หายเมื่อยล้า ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว นักท่องเที่ยวมักจะพักค้างแรมกันที่ดอยลังกาน้อย เนื่องจากใกล้แหล่งน้ำและมียอดดอยที่เป็นจุดชมวิวได้อย่างสวยงาม และจุดพักค้างแรมอีกหนึ่งที่คือดอยลังกาหลวง ตรงบริเวณเชิงเขาด้านล่างห่างจากยอดดอยประมาณ 800 เมตร เนื่องจากเป็นป่าดิบเขาที่สามารถใช้เป็นกำบังลมหนาวที่พัดมาได้ ส่วนดอยผาโง้มนั้น มีลักษณะเป็นยอดเขาหิน มีพื้นที่ราบน้อย ไม่เหมาะแก่การพักค้างแรม


การเดินทางท่องเที่ยวไปตามเส้นทางดอยลังกาหลวงนี้ ต้องใช้เวลานานหลายวัน อีกทั้ง เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ที่ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใดๆ ทั้งสิ้น นักท่องเที่ยวทุกคนจึงต้องเตรียมเต็นท์ เครื่องนอน เครื่องกันหนาว เสบียงอาหาร และน้ำดื่ม ไปให้พร้อมก่อนออกเดินทาง ส่วนการแบกสัมภาระนั้น นักท่องเที่ยวสามารถใช้บริการลูกหาบได้ โดยจะต้องแจ้งความจำนงล่วงหน้าเพื่อให้อุทยานจัดหาลูกหาบให้

การท่องเที่ยวดอยลังกาหลวงนี้ เป็นการท่องเที่ยวเชิงนิเวศบวกกับการผจญภัย ที่ได้ทั้งความสนุกสนาน ความกล้าหาญ ความอดทน อีกทั้งยังได้ชื่นชมความสวยงามของธรรมชาติ ที่จะสร้างความประทับใจไม่รู้ลืม

หน้าหนาวนี้ ถ้าเพื่อนๆ ยังไม้รู้ว่าจะไปเที่ยวที่ไหนดี ลองมาผจญภัยไปในเส้นทางธรรมชาติดอยลังกาหลวงกันดูสิคะ รับรองว่าคุณจะต้องภูมิใจ และพูดกับใครต่อใครได้ว่าครั้งหนึ่งในชีวิตได้ไปพิชิตยอดดอยลังกาหลวงมาแล้ว































