
ทริปนี้ เรามียานพาหนะคู่ใจอย่าง Vespa และ Lambetta ซึ่งเป็นมอเตอร์ไซต์รุ่นเก่าของคนกลุ่มหนึ่งที่ชื่นชอบความคลาสสิค พาเราไปบนเส้นทาง บางแสน จ.ชลบุรี - เกาะช้าง จ.ตราด ซึ่งจะผ่าน จ.ระยอง และ จ.จันทบุรี ด้วย โดยออกเดินทางจากบางแสนเวลา ตี 2 กว่าๆ ถึงท่าเรือเฟอร์รี่อ่าวธรรมชาติ เวลา 7 โมงเช้านิดๆ ใช้เวลาในการเดินทางรวมประมาณ 5 ชั่วโมง มีการหยุดพักตามปั๊มน้ำมันบ้าง (ถ้าเดินทางโดยรถยนต์จะใช้เวลาเพียงแค่ 2 ชั่วโมง ในระยะทางเดียวกัน) ที่ต้องออกเดินทางในช่วงเวลานี้ เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่สามารถหลีกเลี่ยงแสงแดดได้ดี และมีรถร่วมถนนน้อย ทำให้เกิดความสะดวกในการขับขี่ แต่ก้อมีข้อเสียอย่างนึงคือ แสงไฟที่ส่องถนนมีเพียงน้อยนิดซึ่งไม่พอต่อความมืดมิดของท้องฟ้า
เมื่อถึงท่าเรือเฟอร์รี่อ่าวธรรมชาติ ก็ต้องควักเงินจากกระเป๋าจ่ายค่าตั๋วเรือเฟอร์รี่แบบไป-กลับ คนละ 120 บาท ค่ารถมอเตอร์ไซด์ไป-กลับ คันละ 100 บาท เพื่อนั่งเรือเฟอร์รี่ข้ามไปยังเกาะช้าง ซึ่งเป็นจุดหมายของเราในทริปนี้ นั่งเรือเพียงแค่ 30 นาทีเท่านั้น เราก็มาถึงเกาะช้าง ทุกคนบนเรือต่างทยอยลงจากเรือเพื่อไปตามจุดต่างๆ ของเกาะช้าง แต่กลุ่มเรามุ่งไปที่สยามเบย์ รีสอร์ท บนหาดไก่แบ้ ซึ่งเป็นที่พักที่เราได้โทรจองไว้ก่อนล่วงหน้าที่จะเดินทางมา

หาดไก่แบ้ เป็นหาดที่มีความยาวติดต่อกับหาดคลองพร้าว เป็นหาดทรายที่มีความลาดพอสมควร สามารถเล่นน้ำได้โดยไม่เป็นอันตราย บริเวณหาดมีที่พักบริการ
สยามเบย์ เป็น รีสอร์ทบนเกาะช้างที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมากพอสมควร เนื่องจากเป็นรีสอร์ทที่ติดกับหาดทรายที่สวยงาม เงียบสงบ มีห้องพักหลายรูปแบบ และมีราคาที่ไม่แพง
เมื่อถึงสยามเบย์ รีสอร์ท เราก็มุ่งตรงไปเช็คอินห้องพักก่อนเลย เพื่อจะได้นอนหลับพักผ่อนกันก่อนที่จะไปเล่นน้ำกัน หลับได้ไม่นาน ทุกคนก็ตื่นมาพร้อมกับความหิวในช่วงเวลาบ่ายสองโมง ต่างลุกขึ้นอาบน้ำแล้วออกไปหาอะไรอร่อยๆ กินกัน พออิ่มปุ๊บ เราก็แวะซื้ออาหารทะเลสดๆ จากหมู่บ้านชาวประมง เพื่อเตรียมไว้สำหรับปาร์ตี้ซีฟู๊ดในค่ำนั้น โดยให้ทางรีสอร์ทเป็นผู้ปรุงอาหารให้กับเรา เมื่อกลับเข้ามาถึงรีสอร์ทแล้ว ทุกคนก็พร้อมที่จะเล่นน้ำทะเล และ ต่อด้วยการนอนแช่อยู่ในสระว่ายน้ำของรีสอร์ทอย่างเพลิดเพลินใจ

อาบน้ำอาบท่ากันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ต่อด้วยปาร์ตี้ซีฟู๊ด ที่มีแต่ของอร่อยๆ ทั้งนั้นเลย


เช้าวันที่สองของทริป ตื่นขึ้นมากิน Breakfast เกือบไม่ทัน เพราะรีสอร์ทจะจัดเตรียมไว้ให้ถึงแค่สิบโมงเช้า พอทานอาหารเช้าเสร็จสปีดโบ๊ท ก็มารอรับ เพื่อที่จะไปดำน้ำที่เกาะรัง ซึ่งเป็นไฮไลท์ของทริปนี้เลย



หมู่เกาะรัง เป็นเกาะขนาดเล็กอยู่ห่างจากเกาะหมากไปทางทิศตะวันตก ประมาณ 6 กิโลเมตร บนเกาะไม่มีที่ราบพอที่คนจะอาศัยอยู่ได้ มีเฉพาะที่ราบหน้าหาดเพียงเล็กน้อยเท่านั้น บริเวณรอบๆ หมู่เกาะรังมีเกาะน้อยใหญ่อยู่จำนวนมาก ได้แก่ เกาะรังใหญ่ เกาะรังเล็ก เกาะกระ เกาะเทียน เกาะทองหลวง เกาะยักษ์ เกาะสามพี่น้อง เกาะมะปริง เกาะตุ๊น และเกาะกำปั่น เป็นต้น ซึ่งเกาะต่าง ๆ เหมาะแก่การดำน้ำดูปะการัง


ต่อจากการดำน้ำ เราก็ไปเล่นน้ำตกคลองพลูให้ชุ่มช่ำใจกันต่อ
น้ำตกคลองพลู เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่สวยงามที่สุดของเกาะช้าง มีน้ำตกไหลผ่านหน้าผาลงแอ่งเบื้องล่าง น้ำตกมี 3 ชั้น ทางเข้าอยู่ห่างจากอ่าวคลองพร้าว 3 กิโลเมตร จากนั้นต้องเดินป่าอีกประมาณ 20 นาที

เมื่อตะวันลับตา ความสุขสนุกสนานจากการทำกิจกรรมตลอดวันของเราก็ทำให้รู้สึกง่วง และต้องการพักผ่อนเพื่อที่จะเตรียมตัวกลับบางแสนในวันรุ่งขึ้น
วันสุดท้ายของทริปเกาะช้าง ก่อนที่เราจะกลับ ก็ยังไม่พลาดกับการไปถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ณ จุดชมวิวของเกาะช้าง ที่นั่น มีสัญลักษณ์ที่โดดเด่นอยู่สิ่งหนึ่ง ก็คือ ตู้ไปรษณีย์ทรงจรวด ซึ่งเป็นโมเดลที่นักท่องเที่ยวทั้งหลายจะต้องมาถ่ายรูปคู่ด้วยทุกครั้งที่ได้มา
ทริปขี่เวสป้าเที่ยวเกาะช้างของเราในครั้งนี้ สุดสิ้นด้วยการกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย และได้ความประทับใจจากการท่องเที่ยวเมืองไทยกลับบ้านมาด้วย








