เที่ยวทั่วเกาะเกร็ดในหนึ่งวัน
- ออกเดินทางสู่เกาะเกร็ด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี
- ชมความงามในแบบสมัยรัชกาลที่ 5 ของวัดปรมัยยิกาวาส
- เที่ยวชมพิพิธภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผาแบบพื้นบ้านชาวมอญ ที่ กวานอาม่าน และชมวิธีการทำเครื่องปั้นดินเผาในศูนย์เครื่องปั้นดินเผา หมู่ 1
- รับประทานอาหารกลางวัน
- แวะชมความงดงามของโบสถ์วัดไผ่ล้อม
- แวะวัดเสาธงทอง ชมองค์พระเจดีย์ที่มีหลายแบบหลายรูปทรง
- เที่ยวชมความงามของโบสถ์ชนาดเล็ก ภายในวัดฉิมพลีสุทธาวาส
- ชมการสาธิตวิธีการทำขนมไทย ที่ คลองขนมหวาน
- นั่งเล่นผ่อนคลายอารมณ์ที่ สวนเกร็ดพุทธ
วันนี้ เรามีทริปท่องเที่ยวทั่วเกาะเกร็ด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ในหนึ่งวัน มาชวนเพื่อนๆ ให้ไปเที่ยวกันค่ะ …… แล้วบนเกาะเกร็ดนั้นจะมีอะไรที่น่าสนใจบ้างนั้น ไปดูกันเลยดีกว่าค่ะ >>>>>
เกาะเกร็ด เกิดขึ้นจากการขุดคลองลัดแม่น้ำเจ้าพระยา ตรงส่วนที่เป็นแหลม ในสมัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ แห่งกรุงศรีอยุธยาเมื่อปีพ.ศ. ๒๒๖๕ เรียกว่า “คลองลัดเกร็ดน้อย” (คลองลัดเกร็ดใหญ่อยู่ที่จังหวัดปทุมธานี ขุดลัดแม่น้ำเจ้าพระยาตอนท้ายอำเภอสามโคกมาทางใต้ถึงคลองขวางเชียงราก) ต่อมากระแสน้ำเปลี่ยนทิศทางแรงขึ้นเซาะตลิ่งทำให้คลองขยาย แผ่นดินตรงแหลมจึงกลายเป็นเกาะ ชื่อเดิมเรียกว่า เกาะศาลากุน เกาะเกร็ดมีความเจริญมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา สังเกตได้จากวัดวาอารามต่างๆบนเกาะส่วนใหญ่จะเป็นศิลปะในสมัยอยุธยา แต่คงจะมาร้างคนเมื่อพม่ามายึดกรุงศรีอยุธยา หลังจากกอบกู้เอกราชได้ พระเจ้าตากสินมหาราชจึงโปรดให้ชาวมอญที่เข้ารีตมาตั้งถิ่นฐานที่นี่ และสมัยรัชกาลที่ ๒ ต่อมาเมื่อตั้งอำเภอปากเกร็ดขึ้นแล้ว เกาะศาลากุนจึงมีฐานะเป็นตำบลและเรียกว่าตำบลเกาะเกร็ด เกาะนี้จึงมีชื่อว่า เกาะเกร็ด การคมนาคมบนเกาะจะใช้รถจักรยานและรถจักรยานยนต์
วัดปรมัยยิกาวาส (วัดปากอ่าว) เดิมมีชื่อว่า “วัดปากอ่าว” คนมอญเรียก “เพียะมู่ฮะเติ้ง” สร้างโดยชาวรามัญที่อพยพมาในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชเมื่อปีพ.ศ.๒๓๑๗ ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๕ โปรดให้ปฏิสังขรณ์วัดใหม่และได้พระราชทานนามว่า “วัดปรมัยยิกาวาส” หมายความว่า วัดของพระบรมอัยยิกา ในวัดนี้มีสิ่งที่น่าชมอยู่หลายอย่าง ที่ท่าเรือหน้าวัดจะพบปราสาทไม้ห้ายอดซึ่งเคยเป็นที่ตั้งเหม(โลงศพมอญ) ของอดีตเจ้าอาวาสตั้งตระหง่านอยู่ ส่วนพระอุโบสถ มีการตกแต่งด้วยวัสดุนำเข้าจากอิตาลี ศิลปะยุโรปแบบพระราชนิยมในสมัยรัชกาลที่ ๕ แต่กระนั้นพระองค์ยังรักษาธรรมเนียมเดิม โดยรับสั่งให้ที่นี่ริเริ่มการสวดเป็นภาษามอญ และปัจจุบันที่นี่เป็นวัดเดียวที่ยังเก็บรักษาพระไตรปิฏกภาษามอญไว้ พระประธานในพระอุโบสถนั้นเป็นพระปางมารวิชัย ฝีพระหัตถ์ของพระองค์เจ้าประดิษฐานวรการ ผู้ที่สร้างพระสยามเทวาธิราช รัชกาลที่ ๕ ทรงยกย่องว่าพระประธานองค์นี้งามด้วยฝีพระพักตร์ดูมีชีวิตชีวาเหมือนคนจริง ภาพจิตรกรรมฝาผนังเป็นแบบไทยประยุกต์ เอกลักษณ์ของมอญอีกอย่างหนึ่งในวัดนี้คือ เจดีย์ทรงรามัญที่จำลองแบบมาจากพระธาตุเจดีย์มุเตา เมืองหงสาวดี ตั้งอยู่ด้านเหนือของวัดติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งคนมอญนับถือมาก ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ พระวิหาร ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์สมัยอยุธยาตอนปลาย ขนาดยาว ๙.๕๐ เมตร ภาพจิตรกรรมที่เพดานนั้นแปลกตากว่าที่อื่น เป็นภาพลายปฐมจุลจอมเกล้า หน้าพระวิหารประดับตราพระเกี้ยว เป็นตราประจำพระองค์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ด้านหลังพระวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปประจำจังหวัดนนทบุรี “พระนนทมุนินท์” เป็นพระพุทธรูปสมัยอยุธยาตอนปลาย ปางขัดสมาธิเพชร ประดิษฐานอยู่ในบุษบกแบบมอญ(จองพารา) สลักโดยฝีมือช่างที่นี่ ที่มุขเด็จหน้าวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปหินอ่อน ซึ่ง ซาง ซิว ซูน ชาวพม่าถวายให้กับรัชกาลที่ ๕ พระวิหารเปิดทุกวันตั้งแต่ ๐๙.๐๐-๑๖.๐๐ น.
นอกจากนี้ยังมี พิพิธภัณฑ์วัดปรมัยยิกาวาส จัดแสดงวัตถุต่างๆที่ล้วนน่าชม เช่น พระพิมพ์ เครื่องแก้ว เครื่องถ้วยชาม รวมทั้ง “เหม” ที่พ.อ.ชาติวัฒน์ งามนิยม บรรจงสร้างขึ้นจนนับว่าเป็นงานศิลป์ ชิ้นเยี่ยมชิ้นหนึ่งเลยทีเดียว นับตั้งแต่การออกแบบโครงสร้าง การต่อลาย การตอกไข่ปลาเพื่อต่อลายบนกระดาษอลูมิเนียม ทุกชิ้นส่วนที่นำมาประกอบเป็นเหมนี้ล้วนแต่ต้องทำอย่างละเอียด ประณีต เชื่อว่าชาวมอญคงดัดแปลงลักษณะของเหมมาจากโลงของพระพุทธเจ้าซึ่งก้นสอบปากบานข้างแคบเช่นกัน (ในพิพิธภัณฑ์แสดงภาพไว้) โลงเหมใช้กับศพแห้ง เหมพระจะมีลักษณะพิเศษกว่าตรงที่เจาะหน้าต่างมองเห็นศพด้านในได้ วันจันทร์-ศุกร์ เปิดเวลา ๑๓.๐๐-๑๖.๐๐ น. วันเสาร์-อาทิตย์ เปิดเวลา ๐๙.๐๐-๑๗.๐๐ น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. ๐ ๒๕๘๔ ๕๑๒๐
กวานอาม่าน พิพิธภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผา เป็นศูนย์วัฒนธรรมพื้นบ้านชาวมอญ จัดแสดงเครื่องปั้นดินเผามอญลายโบราณ การปั้นเครื่องปั้นดินเผานั้นเป็นอาชีพชาวมอญมาตั้งแต่ครั้งตั้งถิ่นฐานแถบลุ่มแม่น้ำอิรวดี และมีมาตั้งแต่สมัยกรุงธนบุรี นับเป็นหัตถกรรมพื้นบ้านที่เก่าแก่ที่สุดในจังหวัดนนทบุรี ลวดลายประณีตสวยงามเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ และยังเป็นสัญลักษณ์ตราประจำจังหวัดนนทบุรี สองข้างทางเดินบนเกาะมีบางบ้านที่ทำเครื่องปั้นดินเผา ภาชนะของใช้ในชีวิตประจำวันเช่น กระถาง ครก โอ่งน้ำ ฯลฯ เปิดให้เข้าชมทุกวันระหว่างเวลา ๐๙.๐๐-๑๗.๐๐ น.สอบถามรายละเอียดได้ที่โทร. ๐ ๒๕๘๔ ๕๐๘๖, ๐ ๒๕๘๓ ๔๑๓๔
ศูนย์เครื่องปั้นดินเผา หมู่ ๑ เป็นหมู่บ้านทำเครื่องปั้นดินเผาภาชนะของที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น กระถาง โอ่งน้ำ ครกที่ใหญ่และเก่าแก่ มีการสาธิตการแกะสลักลายเครื่องปั้นดินเผา การทำเครื่องปั้นดินเผาตั้งแต่การเตรียมดินจนถึงวิธีการนำเข้าเตาเผา นักท่องเที่ยวสามารถเลือกซื้อเป็นของที่ระลึก หรือไว้ประดับตกแต่งบ้านและสวนได้
วัดไผ่ล้อม สร้างสมัยอยุธยาตอนปลาย มีโบสถ์ที่งดงามมาก ลายหน้าบันจำหลักไม้เป็นลายดอกไม้ มีคันทวยและบัวหัวเสาที่งดงามเช่นกัน คนมอญเรียกวัดนี้ว่า “เพี๊ยะโต้”
วัดเสาธงทอง เป็นวัดเก่าเดิมชื่อ “วัดสวนหมาก” นอกจากเป็นที่ตั้งโรงเรียนประถมแห่งแรกของอำเภอปากเกร็ดแล้ว ด้านหลังโบสถ์ยังประดิษฐานเจดีย์ที่สูงที่สุดของอำเภอปากเกร็ดด้วย พระเจดีย์เป็นศิลปะอยุธยาย่อมุมไม้สิบสอง มีเจดีย์องค์เล็กเป็นบริวารโดยรอบอีก ๒ ชั้น ส่วนด้านข้างโบสถ์มีเจดีย์องค์ใหญ่อีก ๒ องค์ องค์หนึ่งเป็นเจดีย์ทรงระฆังหรือทรงลังกา อีกองค์หนึ่งเป็นเจดีย์ทรงมะเฟือง ภายในโบสถ์มีลายเพดานสวยงามมากเขียนลายทองกรวยเชิงอย่างงดงาม พระประธานเป็นพระปางมารวิชัยปูนปั้นขนาดใหญ่ คนมอญเรียกวัดนี้ว่า “เพี๊ยะอาล๊าต”หน้าโบสถ์มีเจดีย์ขนาดย่อมสององค์รูปทรงคล้ายมะเฟืองฐานสี่เหลี่ยมย่อมุมสิบสอง ประดับลายปูนปั้น
วัดฉิมพลีสุทธาวาส มีโบสถ์ขนาดเล็กงดงามมากและยังมีสภาพสมบูรณ์แบบดั้งเดิม หน้าบันจำหลักไม้เป็นรูปเทพทรงราชรถล้อมรอบด้วยลายดอกไม้ ซุ้มประตูเป็นทรงมณฑป ซุ้มหน้าต่างแบบหน้านาง ยังคงเห็นความงามอยู่ และฐานโบสถ์โค้งแบบเรือสำเภา
คลองขนมหวาน บริเวณคลองขนมหวานและคลองอื่นๆ รอบเกาะเกร็ด ชาวบ้านที่อาศัยอยู่สองฝั่งคลองจะทำขนมหวาน จำพวกทองหยิบ ทองหยอด สำหรับขายส่งและยังสาธิตให้นักท่องเที่ยวได้ชม พร้อมซื้อกลับไปเป็นของฝาก
สวนเกร็ดพุทธ อยู่บนเกาะเกร็ด ตั้งอยู่ที่ ๕๙/๔ หมู่ ๒ ตำบลเกาะเกร็ด เป็นสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ จัดอบรมประชุมสัมมนา สถานที่ศึกษาวัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย สถานที่ปฏิบัติธรรมสงบจิตใจ แหล่งรวบรวมศิลปวัฒนธรรมหลากหลายวิถีชีวิตภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปกรรม จิตรกรรม และหัตถกรรม อาหารพื้นบ้านและเครื่องดื่มสมุนไพร ชมไม้ดอกนานาพันธุ์ มีเนื้อที่ ๘ ไร่ และสวนผลไม้ การเข้าชมบริจาคบำรุงสถานที่ตามศรัทธา สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณสุมาลี โทร. ๐ ๒๕๘๓ ๑๐๗๖, ๐ ๒๕๐๓ ๔๘๘๖-๗, ๐๘ ๑๔๓๘ ๔๗๙๒, ๐๘ ๑๔๕๕ ๕๕๓๔
การเดินทางไปเกาะเกร็ด ลงเรือข้ามฟากได้สองท่า คือ ท่าเรือวัดสนามเหนือ (ไม่ไกลจากท่าน้ำปากเกร็ด) หรือท่าเรือวัดกลางเกร็ด มีเรือบริการระหว่าง ๐๕.๐๐-๒๑.๓๐ น.
การนั่งเรือเที่ยวรอบเกาะเกร็ด มีเรือออกทุกหนึ่งชั่วโมงเริ่มตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐-๑๗.๐๐ น. คนละ ๕๐ บาท หรือ หากต้องการเช่าเรือ ราคามีตั้งแต่ ๕๐๐-๔,๐๐๐ บาท ขึ้นอยู่กับระยะทางและขนาดของเรือ ใช้เวลาประมาณ ๑ ชั่วโมงครึ่ง สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ท่าเรือวัดปรมัยยิกาวาสโทร. ๐ ๒๕๘๔ ๕๐๑๒







