
อากาศหนาวแบบนี้ ต้องเที่ยวที่...เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์
- เที่ยวชมพระตำหนักเขาค้อ
- แวะชมความงามของน้ำตกศรีดิษฐ์
- สัมผัสวิถีชีวิตชาวม้ง ที่หมู่บ้านชาวดอย บ้านเล่าลือ
- รับประทานอาหารกลางวัน
- ชมความงามของป่าเบญจพรรณ แบบทุ่งหญ้าสะวันนาที่อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง
- ชมความงามของพุทธธรรมสถานผาซ่อนแก้ว และชมความงามของแสงอาทิตย์ก่อนจะลับหายไปในทิวเขา
ลมหนาวพัดมา ต้องหาที่เที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ เพื่อรับอากาศเย็นสบายกันซะหน่อยแล้ว … ซึ่งในเมืองไทยก็มีสถานที่ท่องเที่ยวในช่วงหน้าหนาวอยู่มากมายหลายแห่งเลยล่ะค่ะ …. และในวันนี้ เราก็มีทริปการเดินทางท่องเที่ยวแบบ One day trip ในช่วงหน้าหนาวมาฝากเพื่อนๆ ด้วย โดยเราจะพาไปเที่ยวกันที่ อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ดินแดนแห่งทะเลภูเขา ที่มีทัศนียภาพที่สวยงามมากอีกแห่งหนึ่งของเมืองไทย แต่จะมีสถานที่ใดบ้าง ที่เราจะพาไป ต้องตามมาดูกันต่อได้เลยค่ะ >>>>
พระตำหนักเขาค้อ ตั้งอยู่บนเขาย่า สร้างขึ้นเพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสที่เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรงานโครงการในพระราชดำริและทรงตรวจเยี่ยมราษฎรอำเภอเขาค้อและอำเภอใกล้เคียง เป็นอาคารคอนกรีตครึ่งวงกลมมีทั้งหมด ๑๕ ห้อง รูปทรงแปลกตาไปจากพระตำหนักอื่น สามารถขออนุญาตเจ้าหน้าที่เข้าชมบริเวณโดยรอบพระตำหนักได้ บริเวณใกล้กันมีบ้านพักทหารม้าซึ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวพักค้างแรมได้ มีร้านค้าสวัสดิการตั้งอยู่ นอกจากนี้ยังมีเส้นทางเดินขึ้นยอดเขาย่าซึ่งสามารถมองเห็นทิวทัศน์เขาค้อโดยรอบได้สวยงาม การเดินทาง จากสี่แยกสะเดาพงษ์ ใช้ทางหมายเลข ๒๒๕๘ ทางไปหนองแม่นา ตรงไปประมาณ ๑ กิโลเมตร จะพบสามแยกให้เลี้ยวซ้าย ไปประมาณ ๑ กิโลเมตร เส้นทางชันมาก ควรขับรถอย่างระมัดระวัง

น้ำตกศรีดิษฐ์ เป็นน้ำตกหินชั้นเดียวขนาดใหญ่ มีน้ำไหลตลอดทั้งปี เคยเป็นที่อยู่ของ ผกค. มาก่อน สิ่งที่น่าสนใจคือ ครกตำข้าวพลังงานน้ำตกที่ ผกค.สร้างไว้ การเดินทาง ใช้ทางหมายเลข ๒๑๙๖ ถึงหลักกิโลเมตรที่ ๑๗ แล้วแยกเข้าทางหลวงหมายเลข ๒๓๒๕ อีกประมาณ ๑๐ กิโลเมตร แล้วแยกขวาเข้าน้ำตก

หมู่บ้านชาวดอย ( ชาวม้ง ) บ้านเล่าลือ เป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งของเขาค้อ ซึ่งมีชาวม้งอาศัยอยู่มาก ในอดีตชาวม้งนิยมปลูกฝิ่นกันมาก แต่ทางการได้เข้ามารณรงค์ให้เลิกปลูกฝิ่น และหาอาชีพเกษตรอื่น ๆ มาทดแทน ปัจจจุบันชาวเขาเผ่าม้ง ประกอบอาชีพปลูกข้าวโพด ข้าวไร่ แปรรูปผลิตภัณฑ์ไม้ไผ่ ซึ่งทำให้ชาวเขาเผ่าม้งสามารถสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน เมื่อเข้ามาในหมู่บ้านจะได้พบเห็นบ้านเรือนและวิถีชีวิตชาวม้ง ยังพบเห็นชาวเขาที่แต่งกายด้วยผ้าที่ทอขึ้นเอง มีครกไม้ตำข้าว และสัตว์เลี้ยงต่าง ๆ ในบริเวณหมู่บ้าน การเดินทาง ใช้เส้นทางเดียวกับทางไปน้ำตกศรีดิษฐ์ ทางหลวงหมายเลข ๒๓๒๕ บ้านเล่าลืออยู่บริเวณกิโลเมตรที่ ๑๖ นักท่องเที่ยวสามารถขับรถเที่ยวในหมู่บ้านได้

อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง (หนองแม่นา) มีหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ สล. ๘ (หนองแม่นา) ตำบลหนองแม่นา อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ และอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ด้านจังหวัดพิษณุโลกประมาณ ๖๐ กิโลเมตร จุดท่องเที่ยวหลักของอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวงด้านจังหวัดเพชรบูรณ์ คือ ป่าสนธรรมชาติ และทุ่งหญ้าสะวันนา ซึ่งมีทิวทัศน์และพรรณไม้ดอกที่งดงามโดยเฉพาะช่วงปลายฤดูฝน-ฤดูหนาว เหมาะแก่กิจกรรมเดินป่า กางเต็นท์พักแรม และปั่นจักรยานเสือภูเขา สถานที่น่าสนใจในเขตอุทยานฯ ได้แก่
สะพานแขวน อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ ๓ กิโลเมตร บริเวณสองข้างทางตัดผ่านป่าตลอดเส้นทาง มีความร่มรื่นเหมาะแก่การพักผ่อน
ทุ่งแสลงหลวง เป็นทุ่งหญ้าแบบสะวันนา และทุ่งหญ้าสลับกับป่าสนสองใบ ด้านหน้าที่ทำการหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ มองเห็นเป็นพื้นที่โล่งกว้างใหญ่ เนื้อที่ประมาณ ๑๐ ตารางกิโลเมตร ตามเส้นทางตัดผ่านป่าเบญจพรรณจะพบสัตว์ป่าออกมาหากินข้างทาง และมีพันธุ์ไม้ดอกมากมาย
ทุ่งนางพญา อยู่ทางทิศใต้ของที่ทำการหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ หนองแม่นา ประมาณ ๑๔ กิโลเมตร เป็นทุ่งหญ้าที่แวดล้อมด้วยป่าสนสองใบสลับกับป่าดิบแล้งและป่าเต็งรัง ตามกิ่งสนจะพบกล้วยไม้ป่าที่สวยงาม เช่น เอื้องชะนีและเอื้องคำปากไก่ ซึ่งออกดอกในฤดูร้อน บริเวณป่าสนมีพื้นที่กางเต็นท์พักแรม ในช่วงปลายฝนต้นหนาว จะมีสายหมอกลอยอ้อยอิ่งปกคลุมไปทั่วบริเวณ
แก่งวังน้ำเย็น ห่างจากที่หน่วยพิทักษ์อุทยานฯ หนองแม่นาประมาณ ๗ กิโลเมตร เส้นทางเดียวกับทุ่งโนนสน และแยกเข้าไปอีก ๕๐๐ เมตร ระหว่างเส้นทางเดินสภาพป่าจะค่อย ๆ เปลี่ยนไปจากทุ่งหญ้าสู่ป่าเต็งรังสลับด้วยป่าสนและป่าเบญจพรรณ แก่งวังน้ำเย็นเป็นแก่งหินขนาดใหญ่ยาวหลายร้อยเมตร ในระหว่างแก่งแต่ละแก่งเป็นวังน้ำลึกขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นสถานที่ค้นพบแมงกะพรุนน้ำจืด และมีผีเสื้อให้ชม เช่น ผีเสื้อถุงทองป่าสูง ผีเสื้อหนอนคืบสไบแดง นอกจากนี้บริเวณป่าริมลำธารมีโอกาสพบนกมากมายหลายชนิด
ทุ่งโนนสน เป็นทุ่งหญ้าแบบสะวันนาสลับกับป่าสนเขา ตั้งอยู่ใจกลางอุทยานฯ บนยอดเขาโคกสน ในปลายฝนต้นหนาวจะมีดอกไม้หลายชนิดผลิดอก เช่น ดอกดุสิตา เอื้องม้าวิ่ง กระดุมเงิน ยี่โถปีนัง หม้อข้าวหม้อแกงลิง ทุ่งโนนสนห่างจากที่ทำการหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ หนองแม่นาประมาณ ๓๒ กิโลเมตร สามารถเดินทางโดยรถท้องถิ่นจากหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ ประมาณ ๑๗ กิโลเมตร แล้วเดินเท้าเข้าไปอีก ๑๕ กิโลเมตร เหมาะแก่การเดินป่ากางเต็นท์พักแรม ใช้เวลาท่องเที่ยวรวม ๓ วัน ๒ คืน
อัตราค่าเข้าอุทยานฯนักท่องเที่ยวชาวไทย ผู้ใหญ่ ๔๐ บาท เด็ก ๒๐ บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ ๔๐๐ บาท เด็ก ๒๐๐ บาท
สถานที่พัก บริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยาน สล.๘ (หนองแม่นา) มีบ้านพัก ๗ หลัง ราคา ๒,๐๐๐-๕,๐๐๐ บาท เต็นท์ให้เช่า ราคา ๒๐๐-๖๐๐ บาท สอบถามข้อมูลได้ที่ อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง ตู้ ปณ. ๖๔ อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก ๖๕๑๒๐ โทร. ๐ ๕๕๒๖ ๘๐๑๙ หรือ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรุงเทพฯ โทร. ๐ ๒๕๖๒ ๐๗๖๐ www.dnp.go.th
การเดินทาง สามารถใช้เส้นทางได้ ๒ เส้นทาง คือ เส้นทางแรก จากจังหวัดเพชรบูรณ์ใช้ทางหลวงหมายเลข ๒๑ ไปทางอำเภอหล่มสัก ระยะทางประมาณ ๑๓ กิโลเมตร ถึงบ้านนางั่วแล้วเลี้ยวซ้าย ตามทางหลวงหมายเลข ๒๒๕๘ ขึ้นเขาค้อผ่านสี่แยกบ้านสะเดาพงษ์ผ่านพระตำหนักเขาค้อ ตรงไปจนถึงบ้านทานตะวันเลี้ยวขวาไปอีกประมาณ ๔ กิโลเมตร จะถึงหน่วยพิทักษ์อุทยาน สล.๘ (หนองแม่นา) เส้นทางที่สอง จากจังหวัดพิษณุโลกใช้ทางหลวงหมายเลข ๑๒ สายพิษณุโลก-หล่มสัก ประมาณ ๑๐๐ กิโลเมตร เลี้ยวขวาเข้าสู่เขาค้อผ่านหน้าอำเภอเขาค้อ ถึงสี่แยกบ้านสะเดาพงษ์แล้วเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข ๒๒๕๘ ผ่านพระตำหนักเขาค้อตรงไปบ้านทานตะวัน เลี้ยวขวาไปอีกประมาณ ๔ กิโลเมตร จะถึงหน่วยพิทักษ์อุทยาน สล. ๘ (หนองแม่นา)
การเดินทางโดยรถประจำทาง สามารถโดยสารรถประจำทางมาลงที่จังหวัดเพชรบูรณ์ และต่อรถสองแถวรับจ้างมายังหน่วยพิทักษ์อุทยาน สล. ๘ (หนองแม่นา) ค่าเหมารถประมาณ ๗๐๐ บาท ในช่วงหน้าหนาวซึ่งเป็นฤดูกาลท่องเที่ยวทุ่งแสลงหลวง สามารถแจ้งให้ทางอุทยานฯ ติดต่อรถท้องถิ่นและลูกหาบได้ ค่าเช่าเหมารถท้องถิ่นราคา ๗๐๐-๑,๕๐๐ บาท ขึ้นอยู่กับระยะทาง

พุทธธรรมสถานผาซ่อนแก้ว (อยู่ในระหว่างจัดตั้งเป็น วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว ตามใบอนุมัติเลขที่ ๔๙/๒๕๕๐) ตั้งอยู่ บริเวณเนินเขาในหมู่บ้านทางแดง ตำบลแคมป์สน ซึ่งเริ่มก่อสร้างในราวปลายพ.ศ.๒๕๔๗ เพื่อเป็นที่สอนปฏิบัติการเจริญสติปัฏฐาน ๔ ซึ่งเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา ตามคำสอนของพระพุทธเจ้า ที่ทรงชี้ว่าเป็นทางสายเอกที่นำไปสู่ความบริสุทธิ์ของกายและใจ ความดับทุกข์ การเข้าถึงมรรคและพระนิพพาน
สถานที่แห่งนี้แวดล้อมด้วยธรรมชาติมีภูเขาสูงใหญ่ซ้อนกันเป็นทิวแถว อันเป็นปัจจัยทน้อมนำเข้าสู่ธรรมชาติภายในของตัวเพื่อการปฏิบัติธรรม บนเขาสูงตระหง่านนั้น มีถ้ำอยู่บนยอดเขา ซึ่งชาวบ้านทางแดงหลายคน ได้เห็นลูกแก้วลอยเหนือฟากฟ้า และลับหายเข้าไปในถ้ำบนยอดผา ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นพระบรมสารีริกธาตุเสด็จมา และต่างถือว่าเป็นสถานที่มงคล มีความศักดิ์สิทธิ์และเรียกตาม ๆ กันว่า "ผาซ่อนแก้ว" เพื่อเป็นนิมิตมงคลแก่ชาวบ้านทางแดง และผู้มาปฏิบัติธรรมสืบไป ติดต่อ โทร. ๐๘ ๔๔๙๔ ๑๒๖๒, ๐๘ ๕๖๗๗ ๙๒๒๒ www.phasornkaew.org








