• หัวข้อบทความ : ย้อนประวัติศาสตร์ ที่กาญจนบุรี
  • ผู้เข้าชม : 1776 คน
  • ความคิดเห็น : 0 ความคิดเห็น
  • วันที่สร้าง : 02/02/2011

แผนที่

กดหมุดสีเขียวเพื่อดูเส้นทางจากที่อยู่ปัจจุบัน

ย้อนประวัติศาสตร์ ที่กาญจนบุรี


ย้อนประวัติศาสตร์ ที่กาญจนบุรี

  • เที่ยวชมสุสานทหารสัมพันธมิตรดอนรัก และ พิพิธภัณฑ์ทางรถไฟไทย – พม่า
  • ถ่ายรูปคู่ประตูเมือง ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน
  • แวะสะพานข้ามแม่น้ำแคว

 

  • ย้อนรอยสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่หอศิลป์และพิพิธภัณฑ์สงครามโลกครั้งที่ ๒
  • พิพิธภัณฑ์สงครามอักษะและเชลยศึก หรือ พิพิธภัณฑ์สงครามวัดใต้ ที่วัดไชยชุมพลชนะสงคราม
  • พักชมวิวอันงดงาม ที่ทางรถไฟสายมรณะ

สุสานทหารสัมพันธมิตรดอนรัก ตั้งอยู่ริมถนนแสงชูโต (ทางหลวงหมายเลข ๓๒๓) ก่อนจะเข้าตัวเมือง สุสานแห่งนี้เป็นสุสานของเชลยศึกสัมพันธมิตรที่เสียชีวิตในระหว่างการสร้างทางรถไฟสายมรณะ บริเวณสุสานมีเนื้อที่กว้างขวางสวยงามและเงียบสงบ ชวนให้รำลึกถึงเหตุการณ์การสู้รบและผลลัพธ์ที่ตามมา สุสานแห่งนี้บรรจุศพทหารเชลยศึกถึง ๖,๙๘๒ หลุม สอบถาม

 

 

 

พิพิธภัณฑ์ทางรถไฟไทย-พม่า ตั้งอยู่ใกล้กับสุสานทหารสัมพันธมิตรดอนรัก จัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ทางรถไฟสายไทย-พม่า  เริ่มตั้งแต่การเข้ามาของญี่ปุ่น การออกแบบและการสร้างทางรถไฟ สภาพภูมิศาสตร์ของทางรถไฟ สภาพชีวิตในค่ายเชลยศึก ด้านการแพทย์ ค่าของสงคราม การปฏิบัติการของทางรถไฟ การทิ้งระเบิดและการทำลายทางรถไฟ และเหตุการณ์หลังจากสงครามยุติ
   

ประตูเมือง ตั้งอยู่กลางเมืองกาญจนบุรี สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๓ พ.ศ. ๒๓๗๔ ซึ่งพระองค์ได้ทรงย้ายมาจากเมืองกาญจนบุรีเก่า ตำบลลาดหญ้า มาอยู่ในที่ปัจจุบัน
   

พิพิธภัณฑ์สงครามอักษะและเชลยศึก หรือ พิพิธภัณฑ์สงครามวัดใต้ ตั้งอยู่ในวัดไชยชุมพลชนะสงคราม (วัดใต้) ตำบลบ้านใต้  อยู่ห่างจากถนนแสงชูโต ประมาณ ๓๐๐ เมตร ตัวอาคารสร้างเป็นกระท่อมไม้ไผ่เลียนแบบค่ายเชลยศึกสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เก็บรวบรวมภาพถ่าย ภาพเขียนและบทความที่แสดงถึงความเป็นอยู่ของเชลยศึก ตลอดจนเครื่องมือเครื่องใช้ อาวุธปืนและลูกระเบิดในสมัยนั้นเพื่อสะท้อนให้เห็นบทเรียนอันน่าสะพรึงกลัวของสงคราม
   

สะพานข้ามแม่น้ำแคว ตั้งอยู่ที่ตำบลท่ามะขาม ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศเหนือตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๓ ประมาณ ๔ กิโลเมตร แยกซ้ายประมาณ ๔๐๐ เมตร มีป้ายชี้บอกทางไว้ชัดเจน เป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญยิ่งแห่งหนึ่ง สร้างขึ้นสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ โดยกองทัพญี่ปุ่นได้เกณฑ์เชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตร ได้แก่ ทหารอังกฤษ อเมริกัน ออสเตรเลีย ฮอลันดาและนิวซีแลนด์ประมาณ ๖๑,๗๐๐ คนและกรรมกรชาวจีน ญวน ชวา มลายู ไทย พม่า อินเดียอีกจำนวนมากมาก่อสร้างทางรถไฟสายยุทธศาสตร์เพื่อเป็นเส้นทางผ่านไปสู่ประเทศพม่า ซึ่งเส้นทางช่วงหนึ่งจะต้องข้ามแม่น้ำแควใหญ่จึงต้องมีการสร้างสะพานขึ้น การสร้างสะพานและทางรถไฟสายนี้เต็มไปด้วยความยากลำบาก ความทารุณของสงครามและโรคภัยตลอดจนการขาดแคลนอาหารทำให้เชลยศึกจำนวนหลายหมื่นคนต้องเสียชีวิตลง

 

 

หอศิลป์และพิพิธภัณฑ์สงครามโลกครั้งที่ ๒  ตั้งอยู่ไม่ไกลจากสะพานข้ามแม่น้ำแคว เป็นสถานที่เก็บรักษาสิ่งที่เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์สมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ ได้แก่ อาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ โครงกระดูกของเชลยสงคราม และภาพถ่ายเหตุการณ์ในสมัยนั้น นอกจากนี้บางส่วนยังจัดทำเป็นหอศิลป์ เก็บรวบรวมสิ่งของต่างๆ เช่น แสตมป์ ไปรษณียบัตรโบราณ เพชร พลอย และเครื่องประดับ
   

ทางรถไฟสายมรณะ  ทางรถไฟสายนี้เริ่มต้นจากสถานีหนองปลาดุก อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ผ่านจังหวัดกาญจนบุรีข้ามแม่น้ำแควใหญ่ไปทางทิศตะวันตกจนถึงด่านเจดีย์สามองค์ เพื่อให้ถึงปลายทางที่เมืองตันบูซายัด ประเทศพม่า รวมระยะทางในเขตประเทศไทย ๓๐๐ กิโลเมตร ใช้เวลาในการสร้างเสร็จเพียง ๑ ปี ตั้งแต่เดือนตุลาคม พ.ศ.๒๔๘๕ ถึงเดือนตุลาคม พ.ศ.๒๔๘๖ เพื่อใช้เป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ผ่านประเทศพม่า หลังสงครามทางรถไฟบางส่วนถูกเลาะทิ้ง บางส่วนจมอยู่ใต้ทะเลสาบเขื่อนเขาแหลม  ทางรถไฟสายนี้ถือเป็นอนุสรณ์ให้รำลึกถึงเหตุการณ์สงครามในครั้งนั้นจากน้ำพักน้ำแรงของการบุกเบิกก่อสร้างของทหารเชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตรที่กองทัพญี่ปุ่นเกณฑ์มา ทิวทัศน์ตลอดเส้นทางนี้สวยงามมาก โดยเฉพาะบริเวณถ้ำกระแซ ที่เส้นทางรถไฟจะลัดเลาะไปตามเชิงผาเลียบไปกับลำน้ำแควน้อย ปัจจุบันทางรถไฟสายนี้สุดปลายทางที่บ้านท่าเสาหรือสถานีน้ำตก ระยะทางจากสถานีกาญจนบุรีถึงสถานีน้ำตกประมาณ ๗๗ กิโลเมตร

 


รูปภาพอื่นๆ

  • 220-thumb-2-2-2011-2-52-03-pm
  • 221-thumb-2-2-2011-2-56-09-pm
  • 222-thumb-2-2-2011-2-58-39-pm

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ